ญี่ปุ่นร่วมมือไทย ส่งเสริมการท่องเที่ยว ฟุคุโอกะ

ญี่ปุ่นร่วมมือไทย ส่งเสริมการท่องเที่ยว ฟุคุโอกะ

เชิญชวนทุกท่านเข้ามาสัมผัสกับ เมืองทางภาคใต้ของญี่ปุ่น “ฟุคุโอกะ” สถานที่ท่องเที่ยวมรดกโลก ศาลเจ้ามุนาคาตะ รับประทานอาหารสไตล์โอมากาเสะ พร้อมเรียนรู้การทำซูชิด้วยตัวเอง เมนูไก่บ้านฮาคาตะ ลองลิ้มชิมรสชาติ ไปกับสุดยอดสตรอเบอรี่ “ฮากาตะ อามะโอ” และผ่อนคลายด้วยการแช่ออนเซ็น

ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เผยว่า จะกลับมามาเปิดสำนักงาน ททท. อีกครั้งในจังหวัด “ฟุคุโอกะ” ประเทศญี่ปุ่นอีกครั้ง และจะมีความร่วมกับกันมากขึ้น หลังจากที่ได้ร่วมลงนามกับองกรค์ส่งเสริมการท่องเที่ยวระหว่างกัน โดยจะเน้นไปที่การเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวไทยให้มาเยือนภูมิภาคคิวซูให้มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งประกอบด้วย 7 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดฟุคุโอกะ จังหวัดซะกะ จังหวัดนางาซากิ จังหวัดคุมะโมโตะ จังหวัดโออิตะ จังหวัดมิยะซะกิ และจังหวัดคะโงะชิมะ

มีนักท่องเที่ยวไทยไปเยือนเกาะคิวซู 20%

จำนวนนักท่องเที่ยวไทยคิดเป็น 20% ของนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นทั้งหมด ในปี 2560 ที่ผ่านมา พบว่า มีนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นเดินทางมาเยือนไทยมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ด้วยจำนวนถึง 1.54 ล้านคน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเดิม 7.28% จากปีก่อน ช่วยสร้างรายได้ให้ประเทศไทย 67,512 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 9.67%

ส่วนทางด้านผู้อำนวยการส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดฟุคุโอกะ เปิดเผยว่า มีควายินดีอย่างยิ่งที่ ททท.จะกลับมาเปิดสำนักงานอีกครั้ง โดยในปี 2560 ที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวชาวไทยมาเยือนจังหวัดฟุคุโอกะเพียง 35,000 คน ลดลงจากปี 2559 ที่มีจำนวน 47,000 คน นั่นเป็นเพราะว่า มีสายการบินตรงระหว่างจังหวัดฟุคุโอกะและประเทศไทยทำการยกเลิกเส้นทางบิน จึงทำให้เหลือแค่การบินไทยเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ทั้งนี้ ภายในเดือน ก.ย. การบินไทยจะทำการเพิ่มเที่ยวบินอีกสัปดาห์ละ3 เที่ยวบิน รวมทั้งสิ้น 10 เที่ยวบิน-สัปดาห์ ช่วยให้การเดินทางไปมาหาสู่ระหว่าง 2 ประเทศเพิ่มมากขึ้น ที่สำคัญ ยังทำให้นักท่องเที่ยวชาวไทยมาเยือนจังหวัดฟุคุโอกะสะดวกสบายยิ่งขึ้น

สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำ ที่อยากให้คนไทยรู้จัก

สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวประจำจังหวัดฟุคุโอกะ ที่อยากนำเสนอให้นักท่องเที่ยวชาวไทยได้รู้จัก ได้แก่ ศาลเจ้ามุนาคาตะ หรือเทพเจ้าแห่งความปลอดภัยในการเดินทาง ถือเป็น 1 ใน3 ศาลเจ้าที่ชาวญี่ปุ่นนิยมมาบูชาสักการะธิดาของเทพเจ้าซึ่งมีอยู่ 3 องค์ด้วยกัน นอกจากนี้บริเวณของศาลเจ้าดังกล่าว ยังมีพิพิธภัณฑ์จัดแสดงเรื่องราวและประวัติความเป็นมาของเทพเจ้ามุนาคาตะและธิดา ที่มีการนำวัตถุมาจัดแสดงในงานถึง 80,000 ชิ้น โดยวัตถทุกชิ้นล้วนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติของชาติ และเมื่อเร็ว ๆ นี้ยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกอีกด้วย